วันอังคารที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2561

แบบฝึกหัดท้ายบทที่ 8

1. จงอธิบายถึงรูปแบบการจัดการศึกษาปฐมวัยในปัจจุบัน
ตอบ การจัดการศึกษามี 3 รูปแบบ คือ การศึกษาในระบบ เป็นการศึกษาที่ก าหนดจุดมุ่งหมาย วิธีการศึกษา หลักสูตร ระยะเวลาของการศึกษา การวัดและประเมินผล ซึ่งเป็นเงื่อนไขของการส าเร็จการศึกษาที่แน่นอน
การศึกษานอกระบบ  เป็นการศึกษาที่มีความยืดหยุ่นในการก าหนดจุดมุ่งหมาย รูปแบบ วิธีการจัดการศึกษา ระยะเวลาของการศึกษา การวัดและประเมินผล
การศึกษาตามอัธยาศัย เป็นการศึกษาที่ให้ผู้เรียนได้เรียนด้วยตนเองตาม
ความสนใจ ศักยภาพ ความพร้อมและโอกาส โดยศึกษาจากบุคคล ประสบการณ์ สังคม สภาพแวดล้อม สื่อ หรือแหล่งความรู้อื่น

2. จงวิเคราะห์และสรุปถึงสภาพปัญหาของการจัดการศึกษาปฐมวัย
ตอบ  การตายของเด็กทารกที่สูงกว่าเกณฑ์นอกจากนี้เด็กไทยยังเกิดมาพร้อมความไม่สมบูรณ์หรือพิการมากกว่าห้าแสนคน อีกทั้งการศึกษาสำหรับเด็กปฐมวัยยังกระจายไม่ทั่วถึงบางพื้นที่ยังขาดแคลน

3. จงอธิบายถึงแนวโน้มของการจัดการศึกษาปฐมวัยในเรื่องการให้บริการแก่เด็กอายุ 3 – 5 ปี
ตอบ การจัดการศึกษาปฐมวัยในอนาคตควรมีการขยายการจัดบริการเพื่อให้เด็กทุกคนมีโอกาสไดรับบริการอย่างทั่วถึง แต่ทั้งนี้ไม่ได้หมายความว่า เด็กก่อนวัยเรียนทุกคนต้องเข้ารับการศึกษาในระบบ แต่รัฐจำเป็นต้องควบคุมและติดตามประเมินผลได้ว่า เด็กก่อนวัยเรียนทุกคนได้รับการเตรียมความพร้อมทั้งด้านร่างกาย สังคม อารมณ์ และสติปัญญาอย่างเหมาะสม

4. จงอธิบายถึงแนวโน้มในการให้ชุมชนมีส่วนร่วมในการจัดการศึกษาปฐมวัย
ตอบ ส่งเสริมให้ชุมชนมีส่วนร่วมในการจัดการศึกษาในรูปของการจัดตั้งคณะกรรมการโรงเรียนที่มีผู้ปกครองและสมาชิกชุมชนร่วมเป็นกรรมการด้วย ทั้งนี้เพื่อเป็นเครื่องมือใน การประสานความร่วมมือระหว่างชุมชนและโรงเรียนในการพัฒนาเด็ก

5. จงอธิบายถึงความต้องการที่จะเปลี่ยนแปลงในการจัดการศึกษาด้านปฐมวัย
ตอบ การเปลี่ยนแปลง.รูปแบบ บทบาทพ่อแม่ในครอบครัวและสมาชิก ชุมชน การเปลี่ยนแปลงการเรียนการสอน และการใช้เทคโนโลยีการศึกษามีส่วนกระตุ้นให้องค์การของรัฐกำหนดเป็นนโยบายในการให้การศึกษาปฐมวัย

6. จงอธิบายถึงแนวโน้มของนโยบายของรัฐในการจัดการศึกษาปฐมวัยของไทย
ตอบ รัฐมีนโยบายที่เป็นนโยบายทั่วๆไปเกี่ยวกับแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแก่งชาติจะต้องระบุแผนพัฒนาประชากร นโยบายเกี่ยวกับพ่อแม่ ครอบครัว ผู้ปกครอฝ เน้นให้ความรู้ในการอบรมเลี้ยงดู นโยบายความเสมอภาคทางการศึกษา

7. จงอธิบายถึงโครงการให้ความรู้แก่พ่อแม่
ผู้ปกครองในการจัดการศึกษาปฐมวัย
ตอบ  การให้พ่อแม่ ผู้ปกครองได้รับความรู้
คำแนะนำ และความช่วยเหลือทางวิชาการจากหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้องกับเด็กปฐมวัย เพื่อให้มีความรู้ความเข้าใจในวิธีการอบรมเลี้ยงดูเด็กวัย 0 – 6 ปีอย่างถูกต้องเหมาะสมตามหลักวิชาการ

8. จงอธิบายถึงโครงการความร่วมมือขององค์กร
ต่าง ๆ ในชุมชนในการจัดการศึกษาปฐมวัย
ตอบ การจัดให้องค์กรต่างๆที่ทั้งภาคของรัฐและเอกชนเข้ามามีส่วนร่วมในการช่วยเหลือในการให้บริการและการอบรมเลี้ยงดูเด็กปฐมวัยจึงควรพลักดันองค์กรที่มีอยู่ในชุมชนให้ความร่วมมือกัน

9. จงอธิบายถึงโครงการเครือข่ายพ่อแม่ ผู้ปกครองในการพัฒนาการจัดการศึกษาปฐมวัย
ตอบ  การให้พ่อแม่ ผู้ปกครองได้รับความรู้ คำแนะนำและความช่วยเหลือโดยการรวมกลุ่มกันจัดตั้งเป็นชมรม และเครือข่ายพ่อแม่ ผู้ปกครองเพื่อร่วมมือกันในการพัฒนาเด็กปฐมวัย มีรูปแบบตั้งแต่การรวมกลุ่มกันในโรงเรียนในบทบาทการเป็นคณะกรรมการโรงเรียน การรวมกลุ่มกันเป็น “ชมรมพ่อแม่ ผู้ปกครอง” เพื่อทำหน้าที่เป็นตัวแทนเป็นเสียงของพ่อแม่ ผู้ปกครองในการติดต่อและเสนอแนะประเด็นต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับสิทธิของพ่อแม่และครอบครัวในการจัดการศึกษาปฐมวัย


10. แนวโน้มของการศึกษาปฐมวัยของไทย ตามความคิดเห็นของนักศึกษา เป็นอย่างไร จงอธิบาย
ตอบ  การศึกษาปฐมวัยในปัจจุบันมีหลากหลายทั้งของรัฐและเอกชนและการเรียนการสอนก็ต่งกันตามคุณภาพของสถานศึกษานั้นๆ อีกทั้งแนวโน้นในภายภาคหน้าโรงเรียนที่เกี่ยวกับเด็กปฐมวัยอาจจะต้องปิดตัวลงก็ได้เนื่องจากคุณภาพการเกิดของเด็กในปัจจุบันมีจำนวนลดลง

     แบบฝึกหัดท้ายบทที่7



1.จงอธิบายถึงแนวคิดการสอนแบบมอนเตสซอรี

ตอบ การที่จะช่วยให้เด็กได้เจริญเติบโตไปตามขั้นตอนของความสามารถนั้น ควรจะต้องพัฒนาการสอนให้สัมพันธ์กับพัฒนาการความต้องการของเด็ก ที่ต้องการจะเป็นอิสระในขอบเขตที่กำหนดไว้ให้ ตลอดจนการจัดสิ่งแวดล้อมอย่างสมบูรณ์ และพิถีพิถัน การสอนแบบมอนเตสซอรี่ ได้มาจากการที่มอนเตสซอรี่ได้สังเกตเด็กในสภาพที่เป็นจริงของเด็ก ไม่ใช่สภาพที่ผู้ใหญ่ต้องการให้เด็กเป็น



2.จงอธิบายถึงการจัดหลักสูตรการเรียนการสอนแบบมอนเตสซอรี

ตอบ หลักสูตรการสอนแบบมอนเตสซอรี่ ดร.มาเรีย มอนเตสซอรี่ ผู้ริเริ่มคิดและจัดตั้งวิธีการสอนแบบมอนเตสซอรี่ จากความเชื่อในการจัดการศึกษาให้แก่เด็กในระยะเริ่มต้นว่า จุดมุ่งหมายในการให้การศึกษาในระยะแรกนั้น ไม่ใช่การเอาความรู้ไปบอกให้เด็ก แต่ควรเป็นการปลูกฝังให้เด็กได้เจริญเติบโตไปตามความต้องการตามธรรมชาติของเขา



3.จงอธิบายถึงแนวคิดในการสอนแบบธรรมชาติ

ตอบ การที่เด็กได้เรียนรู้การใช้ภาษาทั้งด้านการฟัง พูด อ่าน เขียนไปตามธรรมชาติ อย่างมีความหมาย สอดคล้องเหมาะสมกับวัย โดยไม่แยกว่าต้องอ่านก่อน หรือเขียนก่อน แต่จะเน้นให้เด็กได้ลงมือทำด้วยตนเอง เช่น อ่านนิทาน เล่าเรื่องราว ฟังนิทานที่ครูหรือเพื่อนเล่า เขียนคำที่ตนสนใจจากเรื่องที่ได้อ่านหรือได้ฟัง เป็นต้น



4.จงอธิบายถึงแนวการจัดกิจกรรมการสอนภาษาแบบธรรมชาติ

ตอบ ในห้องเรียนจะมีหนังสือสำหรับเด็กอย่างเพียงพอกับจำนวนเด็ก มีมุมอ่าน มุมเขียน มุมห้องสมุด มีป้ายประกาศต่างๆ ที่ทำให้เด็กคุ้นเคยกับภาษา เช่น ป้ายชื่อ ป้ายติดผลงาน ป้ายข่าวและเหตุการณ์ มีมุมหุ่น มุมนิทานให้เด็กได้ใช้ภาษาพูด เล่าเรื่องราว เป็นต้น เด็กได้เรียนภาษาอย่างมีความสุข โดยครูจัดการเรียนการสอนที่น่าสนใจ มีความสนุกสนาน เนื้อหาที่เรียนมีอยู่จริงในชีวิตประจำวัน โดยใช้ทักษะทั้ง 4 ด้านในการเรียนรู้ให้เชื่อมโยงสัมพันธ์กัน



5.จงอธิบายถึงแนวคิดของการสอนแบบเรกจิโอ เอมีเลีย

ตอบ การเรียนการสอนไม่ใช่การถ่ายโอนข้อมูลความรู้จากผู้สอนไปสู่เด็ก แต่สิ่งแวดล้อมจะเป็นตัวกระตุ้นให้เด็กอยากรู้ และค้นหาคำตอบที่ตนสนใจการจัดการศึกษาตามแนวคิดนี้เป็นการวางรากฐานให้เด็กเกิดทัศนคติที่ถูกต้องต่อการเรียนรู้ มีความสนใจใฝ่รู้บรรยากาศ สิ่งแวดล้อมจะช่วยหล่อหลอมให้เด็กเกิดความสุขในการเรียน



6.จงอธิบายถึงหลักการเรียนการสอนของเรกจิโอ เอมีเลีย

ตอบ ครูจะต้องมีความพร้อมในการจัดการเรียนการสอนที่ตอบสนองต่อศักยภาพของเด็กอย่างเหมาะสม โรงเรียนต้องเป็นสถานที่สำหรับให้เด็กแสดงผลการเรียนรู้ ครูต้องเป็นส่วนหนึ่งในการร่วมคิด ร่วมทำ  ครูต้องรู้แผน และกระบวนการดำเนินการเรียนรู้ของเด็ก พร้อมเป็นแหล่งข้อมูล เป็นผู้ให้กำลังใจ สนับสนุน แนะนำ และสังเกตการทำงานของงเด็ก 



7.จงอธิบายถึงหลักการเรียนการสอนแบบไฮ/สโคป

ตอบ เป็นการจัดการเรียนการสอนที่มุ่งเน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ ให้โอกาสเด็กในการเลือกทำสิ่งต่างๆ ตามความสนใจของตนเอง หลักสูตรการสอนแบบ ไฮ / สโคป ริเริ่มพัฒนาโดยนักการศึกษาชื่อ ไวคาร์ดได้จัดโครงการเพื่อช่วยเหลือเด็กที่ด้อยโอกาส



8.จงอธิบายถึงหลักการเรียนการสอนแบบโครงการ

ตอบ เป็นรูปแบบการจัดประสบการณ์ที่มุ่งส่งเสริมการเรียนรู้อย่างลึกซึ้ง ในหัวข้อที่เด็กสนใจและครูได้พิจารณาแล้วว่ามีคุณค่าในการเรียนรู้ เด็กที่เข้าร่วมโครงการจะได้รับการพัฒนาความรู้ ความสามารถ ค้นหาทางในการแสวงหาข้อมูล แก้ไขปัญหาต่างๆ เด็กจะทำงานร่วมกัน ซึ่งระยะเวลาการศึกษาจะขึ้นอยู่กับความต้องการและความสนใจของเด็ก

9.จงอธิบายถึงหลักการเรียนการสอนแบบวอลดอร์ฟ

ตอบ การเรียนการสอนแบบวอลดอร์ฟมุ่งพัฒนาศักยภาพของเด็กอย่างอิสระตามความสามารถของเด็ก โดยการสร้างบรรยากาศที่เป็นธรรมชาติ ให้เด็กเห็นวิถีตัวอย่างธรรมชาติ โดยครูจะพิจารณาจัดกิจกรรมให้สอดคล้องกับจังหวะ กาลเวลา และความสนใจของเด็ก จะไม่เน้นเนื้อหาเป็นรายวิชา ครูจะไม่ประเมินเด็กโดยการให้คะแนนเด็ก ให้เด็กได้เรียนรู้ผ่านงานศิลปะ ดนตรี และธรรมชาติรอบตัว



10.จงเลือกและอธิบายถึงแนวคิดการเรียนการสอนที่คิดว่าดีที่สุด และเหมาะสมที่สุดสำหรับเด็กปฐมวัย พร้อมกับให้เหตุผลประกอบ

ตอบ แนวการเรียนการสอนแบบวอลดอร์ฟเพราะเด็กได้มีการเรียนรู้ด้วยตัวเองอย่างอิสรภาพจากธรรมชาติที่อยู่รอบๆตัวของเขาเองทำให้เด็กได้เกดการเรียนรู้จากสิ่งต่างๆที่ไม่ใช่การเรียนตามบทเรียนที่เคร่งครัดแต่เป็นการที่เด็กนั้นได้เรียนรู้จากสิ่งตนสนใจและมีความสามารถในด้านนี้ซึ่งเป็นเหมือนการเปิดโอกาสและกระตุ้นให้เด็กนั้นได้รู้จักตนเองมากขึ้น ผ่านสิ่งที่เขาสนใจไม่ว่าจะ งานศิลปะ ดนตรี และธรรมชาติรอบตัว




แบบฝึกหัดท้ายบทที่ 6


1. จงอธิบายถึงความหมายของนวัตกรรมทางการศึกษาปฐมวัย
ตอบ เป็นการก่อนสร้างหรือการทำขึ้นมาใหม่ซึ่งได้แก่แนวคิด แนวทาง ระบบ รูปแบบ วิธีการ กระบวนการ สื่อ และเทคนิคต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการศึกษา

2. จงอธิบายถึงความสำคัญของนวัตกรรมทางการศึกษาปฐมวัยที่มีต่อเด็กปฐมวัย
ตอบ จัดประสบการณ์ตามความถนัด ความสนใจ และความสามารถของแต่ละคนเป็นเกณฑ์ เพื่อให้เด็กมีคสามพร้อมในการเรียน คิดวิธีการ แนวทางใหม่ ทดลองวิธีการใหม่ๆ แต่ต้องคำนึงถึงความแตกต่าง

3. จงอธิบายถึงทฤษฎีที่มีอิทธิพลต่อรูปแบบการพัฒนาเด็กปฐมวัยตามวิถีชีวิตไทย
ตอบ ประเทศไทยเรายังไม่มีทฤษฎีหรือหลักการในการพัฒนาเด็กที่พัฒนาขึ้นจากฐานข้อมูลที่มาจากเด็กไทย และบริบททางสังคมและวัฒนธรรมไทย ดังนั้นคณะกรรมการวิจัยจึงได้พยายามศึกษาและผสมผสานความรู้ตามหลักสากลกับภูมิปัญญา วิถีชีวิตและระบบคุณค่าของสังคมไทยเข้าด้วยกันเพื่อช่วยให้ได้หลักการ และรูปแบบในการพัฒนาเด็กไทยให้มีคุณภาพ

4. จงวิเคราะห์ถึงกระบวนการพัฒนาของหลักการและรูปแบบการพัฒนาเด็กปฐมวัยตามวิถีชีวิตไทย
ตอบ ขั้นการสร้างหลักการพัฒนาเด็กปฐมวัยตามวิถีชีวิตไทย คณะกรรมการวิจัยรวบรวมข้อมูลพื้นฐานทั้งของไทยและต่างประเทศวิเคราะห์แนวคิดที่ใช้เป็นฐานของการวิจัยและกำหนดเป็นหลักการในการพัฒนาเด็ก

5. จงอธิบายถึงการนำรูปแบบการพัฒนาเด็กปฐมวัยตามวิถีชีวิตไทยไปใช้ในการจัดการศึกษาปฐมวัย
ตอบ รูปแบบการพัฒนาการเด็กปฐมวัยตามวิถีชีวิตไทย โดยกำหนดกรอบความคิด โครงสร้าง เนื้อหา วิธีการ และกิจกรรมการพัฒนาเด็กให้สอดคล้องกับหลักการในการพัฒนาเด็กที่กำหนดไว้แล้วเสนอให้ผู้ทรงคุณวุฒิ ผู้เชี่ยวชาญและผู้มีประสบการณ์ ได้พิจารณาให้ความคิดเห็นและข้อเสนอแนะ แล้วนำข้อมูลที่ได้มาปรับปรุงรูปแบบให้สมบูรณ์ขึ้น

6. จงอธิบายถึงหลักการของการศึกษาแนววิถีพุทธในการพัฒนาคนให้เป็นผู้ที่มีความรู้
ตอบ พระธรรมปิฏก (ป.อ.ปยุตฺโต) ได้ให้ความหมายของการศึกษาแนววิถีพุทธไว้ว่า แนววิถีพุทธคือพัฒนาคนให้รู้จักเป็นอยู่อย่างดี โดยสอดคล้องกับความจริงของชีวิตที่เป็นไปตามธรรมดา เราเอา
ความจริงของธรรมดามาใช้ประโยชน์ในการพัฒนามนุษย์ที่เราเรียกว่า การศึกษา การศึกษาเป็นระบบที่พัฒนาด้านความสัมพันธ์กับสิ่งแวดล้อม แล้วก็ด้านจิตใจ เจตจำนงและด้านปัญญา ความรู้สึก ความเข้าใจดำเนินประสานไปด้วยกัน และส่งผลต่อกันโดยเจตจ านงของจิตใจ แสดงตัวออกมาพฤติกรรมและการสัมพันธ์กับสิ่งแวดล้อม

7. จงอธิบายถึงหลักของการเรียนรู้ตามแนววิถีพุทธ
ตอบ การประสานกันในด้านต่าง ๆ จะต้องพัฒนด้านต่าง ๆ ไปด้วยกัน ต้องเป็นระบบที่เราเรียกว่า บูรณาการ ก็มาในระบบที่เรียกว่า ไตรสิกขา และเมื่อไตรสิกขาพัฒนาคนแล้ว เราสามารถวัดผล
ด้วยภาวนา 4 นั่นเอง ในการพัฒนาคนจะต้องเป็นองค์รวมทั้ง 3 ส่วนจะต้องไปด้วยกัน คือ ต้องใช้ทั้ง
สามหลัก คือ ศีล สมาธิ ปัญญา

8. จงอธิบายถึงปัจจัยของการเรียนรู้ตามแนววิถีพุทธ
ตอบ ปัจจัยเพื่อความเกิดขึ้นแห่งสัมมาทิฏฐิ มี 2
ประการ ดังนี้ ปรโตโฆสะ และโยนิโสมนสิการ
ประการที่ 1 ปรโตโฆสะ คือ เสียงจากผู้อื่น การกระตุ้นหรือชักจูงจากภายนอก เช่น การสั่งสอน แนะนำการถ่ายทอด การโฆษณา คำบอกเล่า ข่าวสาร ข้อเขียน คำชี้แจง อธิบาย การเรียนรู้จากผู้อื่น
ประการที่ 2 โยนิโสมนสิการ คือ การทำในใจโดยแยบคาย คือ การใช้ความคิดถูกวิธี ความรู้จักคิด คิดเป็น หรือคิดอย่างมีระเบียบ

9. จงอธิบายถึงแนวคิดการสอนแบบจิตปัญญา
ตอบ การสอนแบบจิตปัญญา เป็นการสอนที่มุ่งพัฒนาจิตใจของผู้เรียนที่ต้องการเรียนอย่างมีความสุข ควบคู่ไปกับการพัฒนาปัญญา

10. จงเปรียบเทียบแนวคิดของรูปแบบการพัฒนาเด็กปฐมวัยตามวิถีชีวิตไทยกับแนวคิดการสอนแบบจิตปัญญามีความแตกต่างกันหรือความเหมือนกันอย่างไร
ตอบ  เหมือนกันเพราะทั้งสองแนวคิดเน้นในด้านการสอนแบบพนะพุทธศาสนาที่เน้นการพัฒนาสติปัญญา เหมือนกัน รวมไปถึงการพัฒนาคุณธรรมและการมิตรกัลยาที่ดี